การกุศลผ่านเสียงดนตรี - นิตยสารสกุลไทย (28 March 2011)

Click images below to enlarge

สุขที่ใจรัก อรุณี/เรื่อง สุทธิพันธ์/ภาพ

จุลยุทธ โล่โชตินันท์
การกุศลผ่านเสียงดนตรี

ด้วยมีจิตกุศลผสมกับอยากนำความรู้ความสามารถทางด้านดนตรีคลาสสิคที่ตนเองมีมาสร้างประโยชน์แก่คนหมู่มาก หนุ่มผู้บริหารคนนี้จึงได้ก่อตั้งวงออเคสตร้าการกุศลคณะแรกในประเทศไทยขึ้นมาภายใต้ชื่อว่า บางกอก แชริตี้ออเคสตร้า (Bangkok Charity Orchestra หรือ สั้นๆว่า BCO)

"ผมเป็นคนที่รักดนตรีและชอบทำอะไรให้การกุศลตั้งแต่เด็กจึงมีความคิดที่จะแปลงทักษะของนักดนตรีให้มาเป็นอะไรที่ทำเพื่อการกุศลด้วย เพราะโดยส่วนตัว ดนตรีและการกุศลเป็นสิ่งที่ผมทำควบคู่กันมาตลอด ผมเชื่อว่าคนเราเลือกที่จะเกิดไม่ได้ แต่เราเลือกที่จะช่วยคนที่ยากไร้ได้ อย่างผมถือว่าโชคดีที่เกิดมามีอวัยวะครบทุกอย่าง มีครอบครัวและอะไรต่างๆที่ดี ไม่ต้องกังวลว่าวันนี้จะไม่มีข้าวกิน ผมคิดว่าเมื่อตัวเองมีความโชคดีแล้ว เราก็น่าจะเอาสิ่งที่ตัวเองมีหรือว่าเป็นอยู่ไปช่วยคนที่ด้อยโอกาสด้วย"

ในบทบาทหลัก จุลยุทธ โล่โชตินันท์ คือผู้บริหารในตำแหน่ง Senior Manager บริษัท Thomson Reuters แต่ในอีกด้านหนึ่งเขาคนเดียวกันนี้คือผู้ก่อตั้งและวาทยากรของบางกอกแชริตี้ ออเคสตร้าที่มีจุดประสงค์ในการทำงานเพื่อการกุศลร้อยเปอร์เซ็นต์

สั่งสมบ่มเพาะ

"ผมเริ่มเรียนเปียโนตั้งแต่เด็กที่โรงเรียนดนตรีโรบินสัน พอเรียนจบชั้นป.๔ ที่โรงเรียนสาธิตประสานมิตรก็ไปเรียนต่อที่อังกฤษ ผมได้เป็นนักเรียนทุนดนตรีที่ Harrow School ได้เล่นไวโอลินอยู่ในวงออเครสต้าของโรงเรียนและได้เล่นคอนเสิร์ตเป็นประจำ
ผมศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัย Oxford คณะวิศวกรรมศาสตร์ ผมก็ได้รับเชิญให้เป็นคอนดักเตอร์ของวงของมหาวิทยาลัยด้วย
การเป็นคอนดักเตอร์ที่สามารถให้แนวทางให้นักดนตรีในวงเล่นเพลงออกมาดีต้องอยู่ที่ความเข้าใจในดนตรี เปรียบเทียบง่ายๆ ว่า ถ้าผมเอานิทานให้คุณอ่านแล้วให้คุณกำกับหนังเกี่ยวกับนิทานนี้ ภาพที่คุณหรือผมได้ออกมาจะไม่เหมือนกันทั้งที่อ่านจากเนื้อหาเดียวกันดนตรีก็เช่นกันโน้ตตัวเดียวกันแต่การตีความนั้นขึ้นอยู่กับความเข้าใจของแต่ละคน ผมก็สนุกกับการเป็นคอนดักเตอร์เป็นงานอดิเรกที่ทำให้ผมรู้สึกดีและตั้งแต่ที่โน่นแล้วที่ผมคิดว่าทำยังไงเราถึงจะแปลงทักษะของนักดนตรีให้มาเป็นเงินที่จะเอาไปทำการกุศลเพื่อช่วยคนที่ยากไร้ได้ เพราะพอดีตอนนั้นมีวิกฤตการสู้รบในเขตดาร์ฟูร์ที่ซูดาน ผมเลยริเริ่มจัดคอนเสิร์ตออเคสตร้าการกุศลขึ้น จนกระทั่งกลายเป็นประเพณีประจำมหาวิทยาลัยไปแล้วที่จะมีการจัดคอนเสิร์ตออเคสตร้าการกุศลทุกๆ เทอมแรกของปีการศึกษา" ดนตรีเพื่อการกุศล "พอเรียนจบ ผมทำงานที่บริษัท Accenture อยู่ที่อังกฤษต่ออีก ๔ ปี ระหว่างนั้นก็ได้รับเชิญให้ไปเป็นคอนดักเตอร์ให้วงหลายๆ วงในลอนดอน รวมทั้ง UBS Orchestra ที่เป็นการรวมกันของพนักงานบริษัท UBS และพวกคนที่อยู่ในวง LSO (London Symphony Orchestra)ทั้งหมดเป็นคนใจบุญที่เล่นเพื่อการกุศล มีผมเป็นคอนดักเตอร์ก็สนุกดีเหมือนกัน พอกลับมาเมืองไทยเมื่อสองปีก่อน ผมเห็นว่าวงในลักษณะนี้ที่บ้านเรายังไม่มีเลย และจริงๆ ในโลกนี้มีน้อยมากที่เป็นวงที่ทำให้การกุศล ๑๐๐% วง BCO ที่ผมตั้งขึ้นมาไม่หักค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น ทุกบาททุกสตางค์ที่คนดูซื้อตั๋วมาชมคอนเสิร์ตจะมอบให้การกุศลทั้งหมด โดยวิธีการดำเนินงาน ผมมีทีมงานที่เป็นเพื่อนๆ ของผม เป็นคณะกรรมการของวงที่ผมแบ่งความรับผิดชอบให้ไปตามความถนัดของเขา

ผมรู้สึกดีใจและซาบซึ้งที่เพื่อนๆในคณะกรรมการทุกคนร่วมมือทำให้โครงการนี้เกิดขึ้นได้ ในส่วนของนักดนตรี ตอนที่กลับมาเมืองไทยใหม่ๆ ผมยังไม่ค่อยรู้จักใครเท่าไหร่ก็เลยใช้วิธีชวนเพื่อนนักดนตรีที่รู้จักอยู่ก่อน แล้วบอกให้เขาไปเรียกเพื่อนๆ มาเล่นดนตรีการกุศลกัน หลาย ๆ คนก็สนใจมาร่วมเล่นเพราะเขาถือว่าได้ประสบการณ์ในการเล่นด้วยกัน ได้เพื่อนใหม่ๆ ผมก็ดีใจที่หลายคนร่วมมือร่วมใจช่วยทำให้วง BCO นี้เกิดขึ้นมาได้ ตอนนี้มีสมาชิกประมาณ ๘๐ คน มาจากหลากหลายสถาบัน หลากหลายวัย มีทั้งคนที่เล่นอยู่ใน BSO (Bangkok Symphony Orchestra) ไปจนถึงพวกเด็กมัธยมทั้งจากโรงเรียนธรรมดาและโรงเรียนอินเตอร์ต่างๆ เพราะฉะนั้นหน้าที่ของผมซึ่งเป็นคอนดักเตอร์ก็คือทำให้คนซึ่งมีพื้นฐานต่างกันสามารถเล่นได้ในแนวทางที่เหมือนกันและมีอุดมการณ์เดียวกันคือเพื่อการกุศล แต่ปัญหาของนักดนตรีอาสาสมัครแบบนี้คือ เขาจะไม่ค่อยมีเวลามาซ้อม และจริงๆ ครั้งแรกที่มีทุกคนอยู่บนเวทีก็คือวันที่แสดงจริง แต่มีอยู่ครั้งหนึ่งขนาดเป็นวันจริงแล้วก็ยังไม่ครบ เพราะมีคนป่วยมาไม่ได้ แต่โชคดีที่เป็นตำแหน่งไวโอลินซึ่งมีคนเล่นหลายคนก็เลยต้องขอให้คนเล่นไวโอลินคนอื่นช่วยเล่นดังๆ หน่อย (หัวเราะ) คือเราเป็นวงสมัครเล่นนะครับ ผมก็บอกนักดนตรีว่าอย่าคาดหวังว่าทุกอย่างจะเพอร์เฟ็ก คนที่มาดูวงเราจะเป็นพวกคนรุ่นใหม่ วัยรุ่นและวัยทำงานและเป็นคนที่สนับสนุนโครงการนี้ซึ่งไม่จำเป็นว่าจะต้องซาบซึ้งในเพลงคลาสสิค เพราะผมพยายามจะเลือกเพลงที่ฟังง่าย และคนฟังพอคุ้นหูอยู่แล้ว ตอนนี้เราจัดแสดงคอนเสิร์ตการกุศลไปแล้ว ๔ ครั้ง ครั้งแรกจัดขึ้นเมื่อเดือนมีนาคมปีที่แล้วที่สปอร์ตคลับ ตอนแรกก็ไม่รู้ว่าจะมีคนมาเล่นมาดูมากหรือเปล่า เพราะเป็นวงที่ผมสร้างขึ้นตั้งแต่ไม่มีอะไรเลย แล้วเราก็ไม่มีงบสำหรับทำประชาสัมพันธ์เลยด้วยแต่ปรากฏว่ามีคนมาดูเต็ม เพราะว่าเราใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ให้เพื่อนบอกต่อๆกันพวกนักดนตรีเองก็ชอบความสนุกสนานในการเล่น หลังจากจบคอนเสิร์ตเขาจะถามเลยว่าเมื่อไหร่จะมีอีกก็ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นที่น่าพอใจมาก ครั้งนั้นเรานำเงินที่ได้ไปสร้างศาลานั่งเล่นให้เด็กๆที่มูลนิธิเด็ก วันเปิดศาลาก็มีอาสาสมัครเป็นพนักงานของบริษัทซึ่งเป็นสปอนเซอร์ไปช่วยทำกิจกรรมกับเด็กๆ ด้วย หลังจากนั้นเราได้รับเชิญไปแสดงที่พระตำหนักชมดงที่หัวหิน ครั้งนั้นเอาเงินไปสร้างห้องน้ำใหม่ให้โรงเรียนเทศบาลเขาพิทักษ์ ไม่เพียงเท่านั้น เรายังปลูกฝังให้เด็กมีนิสัยรักการทำงานสังคมโดยพาเด็กนักเรียนไปเก็บกวาดขยะชายหาด พาไปปลูกต้นไม้ ตัวผมเองและคณะกรรมการของวงก็ไปด้วยเพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีแก่สังคม เราหวังว่าพอโตขึ้นเขาจะจำได้และแนะนำให้ลูกหลานเขาทำกิจกรรมแบบนี้เหมือนกัน คอนเสิร์ตต่อมาเราก็เอาเงินที่ได้มาซื้อรถเข็นให้คนพิการหลายคนทั่วประเทศโดยรถเข็นของเราต้องมั่นใจว่าเป็นของดี ไม่ใช่ซื้ออะไรมาก็ไม่รู้ใช้เดี๋ยวเดียวก็พังแล้ว คือเราตั้งใจทำครับและต้องการให้สิ่งที่เราทำส่งผลเห็นได้ชัดว่าชีวิตของเขาดีขึ้นจริงๆ มาถึงปีนี้มีคิวแน่นพอสมควรครับ ผมวางแผนไว้ว่าจะจัดคอนเสิร์ต ๔ ครั้ง โดยยังคงจุดประสงค์หลักๆ คือนอกจากทำการกุศล ๑๐๐% แล้ว เรายังอยากให้เยาวชนหรือคนที่ชอบดนตรีและเล่นดนตรีได้ได้มีประสบการณ์ในการเล่นกับวงมากขึ้น อีกอย่างคือสนับสนุนให้บริษัทในเมืองไทย ไม่ว่าจะเป็นบริษัทของไทยหรือต่างชาติตระหนักถึงความสำคัญของการมีความรับผิดชอบต่อส่วนร่วม หรือที่เรียกว่า CSR (Corporate Social Responsibility) คือเราหาโครงการให้เขาทำ สนับสนุนให้พนักงานของเขาได้ทำการกุศล นี่คือสิ่งที่เราช่วยได้ ถ้ามีบริษัทไหนที่มีพลังเงิน แต่ว่าไม่มีไอเดียว่าจะทำอะไร อยากให้นึกถึงเราครับ อีกจุดประสงค์คือเปิดโอกาสให้นักดนตรีแนวหน้าในเมืองไทยมาเล่นโซโล่หรือคอนแชร์โต้ (Concerto) กับวง อย่างปีนี้เราจะมีนักดนตรีมาเล่นคอนแชร์โต้เช่น คุณจุน โคมัทสดร. พรพรรณ บันเทิงหรรษา คุณทวีเวท ศรีณรงค์ หรือ เป้ วงวีทรีโอ พวกนี้ถือเป็นนักดนตรีชั้นนำของเมืองไทยและเป็นที่ยอมรับในต่างประเทศด้วยทุกคนมาเล่นด้วยความเต็มใจและมีอุดมการณ์เดียวกับเรา นอกจากนี้ทุกปีผมจะจัด Young Talent Charity Concert โดยเชิญพวกคลื่นลูกใหม่ที่มีแววมากให้เขาได้มีโอกาสมาแสดงคอนแชร์โต้กับวง ถือเป็นการให้ประสบการณ์และยังเป็นการแจ้งเกิดให้เขาด้วย ในฐานะผู้ก่อตั้ง ผมมีความสุขที่ได้เห็นความก้าวหน้าของวง มีคนดังๆ และเยาวชนที่มีความสามารถและอยากได้ประสบการณ์ สนใจเข้ามาเล่นจนปีนี้ตารางผมเต็มเร็วมาก เราไม่ต้องไปหาคนเล่นแล้ว เพราะคนเล่นเริ่มเป็นฝ่ายเข้ามาหาเราเอง ก็ดีครับ ในอนาคตก็อยากจะให้มีคนมาดูและมีผู้สนับสนุนมากขึ้น และสุดท้ายก็หวังว่าวง BCO นี้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คุณภาพชีวิตของคนที่ยากไร้หลาย ๆ คนประเทศไทยของเราดีขึ้นครับ"